Keyword ในมุมมองของคนขายของออนไลน์

SPONSORED LINKS

คนที่เปิดเว็บไซต์เพื่อขายของออนไลน์ หรือขายของออนไลน์ด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น ขายผ่าน Facebook หรือขายด้วยการโพสต์ตามเว็บไซต์ประเภท E-classified (เว็บลงประกาศซื้อ-ขาย) ต่างๆ มีความจำเป็นจะต้องศึกษาเทคนิคการเลือกใช้คีย์เวิร์ดไว้ด้วยเพราะไม่อย่างนั้น โอกาสในการขายของคุณจะลดลงไปหลายเท่าอย่างคาดไม่ถึงเลยละคนที่จะขายของออนไลน์อย่างได้เปรียบคือคนที่รู้จักเปรียบเทียบปริมาณทราฟฟิกของคีย์เวิร์ดที่เป็นตัวเลือกในใจ ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น ?

สมมุติว่าคุณเปิดเว็บไซต์เพื่อขายกางเกงยีน แน่นอนว่าสิ่งที่คุณควรทำคือตั้งชื่อเว็บไซต์ให้มีคำว่า “กางเกงยีน” อยู่ด้วย เวลาจะเพิ่มสินค้าแต่ละชิ้นลงไปขาย ก็ต้องใส่คำว่า “กางเกงยีน” ลงไปในชื่อสินค้าและรายละเอียดของสินค้า เพื่อว่าเวลามีคนเสิร์ช Google ด้วยคีย์เวิร์ด กางเกงยีน จะได้เจอกับเว็บไซต์และสินค้าของคุณ

แต่เดี๋ยวก่อนครับ คุณน่าจะเคยเห็นว่าคนจำนวนไม่น้อยสะกดคำคำนี้อีกแบบคือสะกดว่า “กางเกงยีนส์” คราวนี้คำถามก็คือ คีย์เวิร์ดที่คุณควรใช้น่าจะเป็น กางเกงยีน หรือ กางเกงยีนส์ ดี เป็นต้น

ถ้าพูดตามหลักภาษาแล้ว คำคำนี้ต้องสะกดเป็น “กางเกงยีน” ถึงจะถูกต้อง (ไม่เชื่อเปิดพจนานุกรมดู) แต่ในโลกของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยคีย์เวิร์ดแล้ว เราจะสนใจความถูกผิดในแง่หลักเกณฑ์ทางภาษาไม่ได้ แต่ต้องสนใจว่าคนส่วนใหญ่สะกดแบบไหนกัน ต่อให้เป็นการสะกดคำที่ผิด แต่ถ้าคนส่วนสะกดแบบนั้น เราก็ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่สะกดผิดๆ นั้นแหละมาใช้

ผมจะขอยกตัวการลองเช็คข้อมูลดูว่า คีย์เวิร์ด “กางเกงยีนไลน์” มีทราฟฟิกมากน้อยแค่ไหน พบว่าคนใช้คีย์เวิร์ดนี้เสิร์ชผ่าน Google เฉลี่ยแล้วเดือนละ 2900 ครั้ง แต่พอลองเช็คคีย์เวิร์ด กางเกงยีน ดูบ้าง กลับพบว่ามีทราฟฟิกสูงถึงเฉลี่ยเดือนละ 33,100 ครั้ง เห็นมั้ยครับว่าถ้าคุณไม่รู้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลของคีย์เวิร์ด แล้วคุณไปเลือกใช้คีย์เวิร์ด กางเกงยีน แทนที่จะเป็น กางเกงยีนส์ คุณก็จะสูญเสียโอกาสในการขายไปเยอะเลย

โดยเครื่องมือที่ช่วยเราตรวจสอบได้ว่าคีย์เวิร์ดไหนมีทราฟฟิกมากกว่ากันมีอยู่หลายๆตัว แต่เครื่องมือที่ใช้กันเป็นมาตรฐานที่สุดคือ Keyword Planner ของ Google Adwords นั้นเอง ซึ่งใช้ในการค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดได้อย่างละเอียด  ส่วนอีกเครื่องมือที่แนะนำให้ใช้ในการตรวจสอบความนิยมของคีย์เวิร์ดได้เป็นอย่างดีนั้นก็ คือบริการ Google Trends ซึ่งมีความสามารถหลักในการเปรียบเทียบว่า ระหว่างคีย์เวิร์ดมากกว่า 1 ตัวขึ้นไป คีย์เวิร์ดไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน นอกจากนี้ Google Trend ยังสามารถสำรวจความนิยมแบบกว้างๆได้ด้วยว่า ตอนนี้คนในโลกออนไลน์นั้น มีความสนใจในเรื่องอะไรหรือสินค้าตัวไหนกันบ้าง คนขายของออนไลน์จึงใช้ประโยชน์จากข้อมูลตรงนี้ได้มากเลยทีเดียว เพราะถ้ารู้ว่าลูกค้ากำลังนิยมอะไร เราก็ใส่คำคำนั้นเป็นคีย์เวิร์ดนั้นลงไปในข้อมูลสินค้าของเราได้เลยครับ

SPONSORED LINKS

About admin

Check Also

วิธีขุด Equihash (Zcash) mining

วิธีขุด Equihas ...