เงินฝืด 3 ประเภท

SPONSORED LINKS

596323-01

ชนิดเงินฝืด 3 ประเภท ได้แก่

  1. เงินฝืดอย่างอ่อน (Mild Deflation) หมายถึง ภาวะที่ระดับราคาของสินค้าลดลงไม่เกิน 5% ต่อปี ซึ่งเป็นผผลดีต่อเศรษฐกิจ จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเพิ่มการใช้จ่าย ทำให้อุปสงค์โดยรวมขอระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว
  2. เงินฝืดปานกลาง (Moderate Deflation) หมายถึง ภาวะที่ระดับราคาสินค้าลดลงเกิน 5% แต่ไม่เกิน 20% ต่อปี เงินฝืดในระดับนี้ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ จากการที่ราคาลดลงค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ผลิตคาดว่ากำไรของกิจการจะลดน้อยลง อาจจะทำให้ผู้ผลิตลดการผลิตต่อเนื่องจากคิดว่าถ้าผลิตแล้วจะขายไม่ได้ เมื่อผลิตลดลงก็จะทำให้ประชาชนมีรายได้น้อยลง ก็จะส่งผลทำให้กำลังซื้อของประชาชนยิ่งลดลง เศรษฐกิจอาจถดถอยถึงจุดต่ำสุด
  3. เงินฝืดอย่างรุ่นแรง (Hyper Deflation) หมายถึง ภาวะที่ระดับราคาสินค้าลดลงเกิน 20% ต่อปี เงินฝืดในระดับนี้ทำให้การผลิตหยุดชะงัก คนว่างงานมาก รายได้ของประชาชนลดลง ก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุ่นแรง เศรษฐกิจเข้าสู่ระยะเศรษฐกิจตกต่ำ

สาเหตุของภาวะเงินฝืด 9 ข้อ ได้แก่

  • ธนาคารกลางพิมพ์ธนบัตรออกมาหมุนเวียนในตลาดน้อยไป แต่อุสงค์กลับมีมากขึ้น
  • ประชาชนนิยมเก็บเงินไว้กับตัวมากเกินไป
  • การส่งเงินตราออกนอกประเทศมีมากเกินไป
  • นโยบายธนาคารกลาง : มีการเรียกออกกฏหมายเก็บเงินสำรองตามกฏหมายจากธนาคารพาณิชย์มากเกินไปจนไม่มีเงินที่จะสามารถสร้างเงินฝากหรือเครดิตได้
  • นโยบายธนาคารพาณิชย์ : ไม่สามารถขยายเครดิตให้กู้ยืมสำหรับการลงทุนระยะสั้น, ระยะยาว
  • รัฐบาลควบคุมการซื้อสินค้าด้วยเงินผ่อน
  • รัฐบาลเก็บภาษีในอัตราสูงขึ้น ทำให้รายได้ประชาชนลดลง เงินใช้ส้อยน้อยลง
  • อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศค่อนข้างสูง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ประสบปัญหาในการกู้ยืมมาขยายเครดิตจำเป็นต้องกู้ยืมจากธนาคารกลาง (Fund Flow)
  • เงินฝืดมักจะเป็นผลพวงมาจากภาวะฟองสบู่แตกทำให้เกิดหนี้เสีย (หนี้ NPL) และความเชื่อมั่นต่อการลงทุนน้อยลง ทำให้เกิดภาคการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
SPONSORED LINKS

About admin

Check Also

ฟอร์แมตภาพสกุลต่างๆ

ฟอร์แมตภาพ ในที ...